ประวัติของศาสนาบาไฮในประเทศไทย

ศาสนาบาไฮนั้นถูกเผยแพร่ครั้งแรกในประเทศไทย ช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี 1888 โดยการเดินทางมาของท่าน จามาล เอฟเฟนดิ ครูสอนศาสนาคนแรกของบาไฮ ซึ่งท่านได้ทำตามพระบัญชาของพระบาฮาอุลลาห์ และได้นำคำสอนของศาสนาบาไฮเข้ามาสอนในภูมิภาคนี้ของโลก

ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ศาสนาบาไฮในประเทศไทยนั้นบันทึกน้อยมากเกี่ยวกับการเดินทางสอนศาสนาของท่านจามาล เอฟเฟนดิ  และหลังจากนั้นนายปราโมทย์ ก็ได้กลายเป็นผู้ศรัทธาในศาสนาบาไฮและเป็นศาสนิกชนคนไทยคนแรกที่ยอมรับและศรัทธาพระบาฮาอุลลาห์

ในปี 1953 นายอันวา คาแดร์ (Anwer Cadir) อาสาที่จะเข้ามาเผยแพร่ศาสนาในประเทศไทย และทางธรรมสภาบาไฮแห่งอินเดียก็ได้ช่วยสนับสนุนเขาในการเผยแพร่ศาสนาครั้งนั้นด้วย เขาอยู่ในไทยเป็นเวลาเกือบสามปี อีกทั้งเขายังเป็นคนสอนศาสนาแก่นายปราโมทย์ด้วย 

ในระหว่างที่นายอันวา คาแดร์เข้ามาเผยแพร่ศาสนาอยู่นั้น เขาได้โดนตำรวจสันติบาลจับและกักตัวของเขาไว้ เนื่องจากเขาไปแจกแผ่นพับของศาสนาบาไฮ ทำให้เขาโดนกักตัวไม่สามารถติดต่อใครได้เป็นเวลา 3 วัน

หลังจากการสืบสวนนายอันวา คาแดร์ได้ถูกปล่อยตัวออกมา และได้ไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับราชวงศ์ของไทย ในช่วงเวลานี้เอง เขาได้มอบศาสนาอันเป็นที่รักยิ่งนี้กับราชวงศ์ด้วยเช่นกัน ในปีพ.ศ. 2510 นางชีริน ฟอสดาร์ เป็นผู้แทนของชุมชนบาไฮในประเทศไทยได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายพระคัมภีร์ของศาสนาบาไฮแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

หลังจากการมาของครูสอนศาสนาในประเทศไทย เขาได้เผยแพร่พระธรรมคำสอน และนายปราโมทย์ได้ตัดสินใจประกาศตนเป็นบาไฮ ทำให้ได้มีการออกรับใช้ศาสนาและได้มีการเผยแพร่ศาสนาในไทยมากขึ้น ทำให้ศาสนาบาไฮในประเทศไทยมีคนสนใจในศาสนาและได้ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนั้นได้มีการจัดตั้งศูนย์กลางศาสนาบาไฮ เพื่อเป็นที่ที่เพื่อนๆชาวบาไฮจะได้มารวมตัวกันทำกิจกรรมหรือมีการสวดมนต์อธิษฐาน