การทำสมาธิ

ความสามารถในการทำสมาธิ คือ คุณลักษณะพิเศษที่ทำให้มนุษย์มีความแตกต่างอย่างโดดเด่น แท้จริงแล้ว ความก้าวหน้าของมนุษย์ไม่ว่าจะในด้านจิตวิญญาณ ด้านวัตถุ หรือด้านสังคมก็ตาม ย่อมเป็นไปไม่ได้หากปราศจากการไตร่ตรองและการทำสมาธิ พระบาฮาอุลลาห์ทรงตรัสว่า แหล่งที่มาของงานฝีมือ วิทยาศาสตร์ และศิลปกรรมทั้งหลาย คือ ผลพวงของพลังอำนาจจากการไตร่ตรองทำสมาธินั่นเอง

พระธรรมลิขิตของบาไฮนั้นมิได้อธิบายเกี่ยวกับข้อกำหนดตายตัวใดๆ ในการทำสมาธิ อย่างไรก็ตาม เป็นสิ่งที่ชัดเจนแล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นการทำสมาธิในรูปแบบใดก็ตามสิ่งที่ควรเพิ่งสมาธิคือ การไตร่ตรอง เพราะว่าโดยผ่านการไตร่ตรองทำสมาธินี้เอง ที่จะสามารถช่วยให้บุคคลได้รับความหยั่งรู้ใหม่ๆ ที่มีคุณค่าทั้งที่เป็นนามธรรมและรูปธรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ อย่างไรก็ตาม การฝักใฝ่ในความคิดทุกอย่างที่ผุดขึ้นมาในขั้นตอนนี้ ความคิดบางอย่างอาจก่อขึ้นเพียงเล็กน้อยหรือไร้ประโยชน์ เสมือนดั่งคลื่นในทะเลที่เคลื่อนไปอย่างไร้ผล แต่ถ้าหากเมื่อใดก็ตามที่ความสามารถทางด้านการทำสมาธินี้ได้รับการอาบด้วยแสงสว่างจากภายในและได้รับการตกแต่งประดับประดาไปด้วยคุณลักษณะทางธรรมสวรรค์แล้ว เมื่อนั้นผลลัพธ์ที่ได้จากการไตร่ตรองทำสมาธินั้นย่อมได้รับการรับรอง

จงสวดพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้าทุกเช้าค่ำ??นี้คือคำแนะนำของพระบาฮาอุลลาห์ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแบบแผนการดำเนินวิถีชีวิตของบาไฮ อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงเตือนสติพวกเราว่าจงอย่าภาคภูมิใจในตัวเราเองว่าเราเป็นผู้ที่คร่ำหวอดอยู่กับการอ่านพระวจนะศักดิ์สิทธิ์มากมาย ทรงตรัสว่า หากผู้ใดเปล่งเสียงสดุดีด้วยพระวจนะแม้เพียงบทเดียวด้วยความสุขหรรษาและความปีติยินดี ย่อมจะเป็นการดียิ่งกว่าที่เขาจะอ่านพระธรรมลิขิตศักดิ์สิทธิ์ทั้งมวลของพระผู้เป็นเจ้าด้วยความสะเพร่าอย่างเหนื่อยหน่าย?“?และในพระวจนะตอนเดียวกันนี้ พระองค์ทรงเตือนสติมิให้อ่านพระวจนะศักดิ์สิทธิ์ในหนทางใดก็ตามที่จะนำไปสู่ความเศร้าเสียใจ จงอย่าเอาสิ่งใดที่เมื่อวางลงบนจิตวิญญาณแล้วจะทำให้เหนื่อยล้าเพราะความหนักที่ต้องแบกรับไว้ แต่สิ่งที่ควรค่าและน่ากระทำยิ่งกว่า คือ ทำในสิ่งที่ช่วยให้ใจเบาและยกระดับจิตวิญญาณของเราให้สูงขึ้น เพื่อว่าสิ่งนี้อาจช่วยให้เจ้าสามารถเหินไปด้วยปีกแห่งวจนะสวรรค์ไปสู่ที่สถิตสถานของรุ่งอรุณแห่งสัญลักษณ์อันเป็นเครื่องหมายแห่งความรู้แจ้งของพระองค์ สิ่งนี้แหละที่จะนำเราเข้าใกล้พระผู้เป็นเจ้า หากเจ้าเพียงแต่เข้าใจ?

การทำให้การอ่านพระธรรมลิขิตศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นอุปนิสัยและสิ่งที่จะต้องปฏิบัติเป็นประจำทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่จะคอยช่วยเสริมสร้างโอกาสในการทำสมาธิให้มีความแกร่งกล้าขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แนวคิดต่างๆ ที่ลึกซึ้งยิ่งนี้จะสะท้อนให้เห็นว่าควรนำเอาสิ่งที่ถูกเปิดเผยออกมานี้ไปประยุกต์ใช้กับชีวิตของแต่ละคนได้อย่างไรและความพากเพียรพยายามที่จะนำเอาสิ่งนี้ไปพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างไร การทำสมาธิแบบนี้จะช่วยให้แต่ละคนรู้จักสำเหนียกและรู้จักตรึกตรองคำสอนของพระบาฮาอุลลห์ ดังที่ว่า จงให้ทุกรุ่งอรุณดีกว่าเมื่อเย็นวาน และ พรุ่งนี้มั่งคั่งกว่าเมื่อวานนี้?