จิตวิญญาณที่มีเหตุผล

อัตลักษณ์ที่แท้จริงของมนุษยชาติคือจิตวิญญาณที่มีเหตุผลและเป็นอมตะ โลกแห่งกายภาพคือสถานที่ของการประกอบกันขึ้นและย่อยสลายไป ความก้าวหน้าและความเสื่อมถอย แต่จิตวิญญาณหาได้รับผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้ไม่ จิตวิญญาณอยู่เหนือสภาวะทางวัตถุ มีต้นกำเนิดและที่สถิตอันแท้จริงอยู่ในโลกแห่งจิตวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้า จิตวิญญาณเป็นสิ่งดี “อยู่นอกเหนือระบบของสิ่งสร้างสรรค์ทางวัตถุโดยสิ้นเชิง”

ชีวิตแต่ละชีวิตเริ่มต้นขึ้นเมื่อจิตวิญญาณเข้ามาสัมพันธ์กับตัวอ่อนในเวลาของการปฏิสนธิ แต่ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นเรื่องทางวัตถุ เพราะว่าจิตวิญญาณไม่ได้เข้าไปหรือออกจากร่างกาย และไม่ได้ถือครอบครองพื้นที่ในร่างกาย พระบาฮาอุลลาห์ทรงตรัสไว้ว่า “จิตวิญญาณของมนุษย์คือดวงอาทิตย์ซึ่งร่างกายของมันถูกอาบด้วยแสงสว่าง และด้วยเหตุนี้จิตวิญญาณได้รับการสนับสนุน และควรได้รับการยอมรับ?” ในหน้าเดียวกันพระองค์ได้อธิบายถึงจิตวิญญาณว่า “สูงส่งอยู่เบื้องบนและเป็นอิสระจากความเจ็บปวดทั้งมวลไม่ว่าจากร่างกายหรือจิต?”

ธรรมลิขิตของบาไฮได้อธิบายไว้ว่า “?หน้าที่ต่างๆ ของจิตเช่นเดียวกับความคิด ความมีเหตุผล ความเข้าใจและการจินตนาการ เป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในตัวเองของจิต เหมือนดังรังสีของแสงคือคุณสมบัติของดวงอาทิตย์” ร่างกายมนุษย์ “เหมือนดังกระจก จิตวิญญาณของเขาเหมือนดวงอาทิตย์และสภาวะทางจิตของเขาเปรียบเสมือนกับรังสีที่กำเนิดมาจากแหล่งของแสงนั้น?”

โดยผ่านทางพลังของจิตวิญญาณที่ทำให้ความก้าวหน้าของมนุษย์บรรลุเป็นจริงได้ พระอับดุลบาฮาได้กล่าวไว้ว่าจิตวิญญาณ “สามารถค้นพบความจริงของสิ่งต่างๆ สามารถเข้าใจลักษณะเฉพาะของความเป็นอยู่และเจาะผ่านความลึกลับของชีวิตได้ ศาสตร์ทั้งมวล เช่น ความรู้ ศิลปะ สิ่งมหัศจรรย์ การค้นพบ และกิจการต่างๆ มาจากผลของการฝึกฝนของความชาญฉลาดแห่งจิตวิญญาณที่มีเหตุผลนั้นเอง”

อัตลักษณ์ที่แท้จริงของมนุษยชาติคือจิตวิญญาณที่มีเหตุผลและเป็นอมตะ โลกแห่งกายภาพคือสถานที่ของการประกอบกันขึ้นและย่อยสลายไป ความก้าวหน้าและความเสื่อมถอย แต่จิตวิญญาณหาได้รับผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้ไม่ จิตวิญญาณอยู่เหนือสภาวะทางวัตถุ มีต้นกำเนิดและที่สถิตอันแท้จริงอยู่ในโลกแห่งจิตวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้า จิตวิญญาณเป็นสิ่งดี “อยู่นอกเหนือระบบของสิ่งสร้างสรรค์ทางวัตถุโดยสิ้นเชิง”

ชีวิตแต่ละชีวิตเริ่มต้นขึ้นเมื่อจิตวิญญาณเข้ามาสัมพันธ์กับตัวอ่อนในเวลาของการปฏิสนธิ แต่ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นเรื่องทางวัตถุ เพราะว่าจิตวิญญาณไม่ได้เข้าไปหรืออกจากร่างกาย และไม่ได้ถือครอบครองพื้นที่ในร่างกาย พระบาฮาอุลลาห์ทรงตรัสไว้ว่า “จิตวิญญาณของมนุษย์คือดวงอาทิตย์ซึ่งร่างกายของมันถูกอาบด้วยแสงสว่าง และด้วยเหตุนี้จิตวิญญาณได้รับการสนับสนุน และควรได้รับการยอมรับ?” ในหน้าเดียวกันพระองค์ได้อธิบายถึงจิตวิญญาณว่า “สูงส่งอยู่เบื้องบนและเป็นอิสระจากความเจ็บปวดทั้งมวลไม่ว่าจากร่างกายหรือจิต?”

ธรรมลิขิตของบาไฮได้อธิบายไว้ว่า “หน้าที่ต่างๆ ของจิตเช่นเดียวกับความคิด ความมีเหตุผล ความเข้าใจและการจินตนาการ เป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในตัวเองของจิต เหมือนดังรังสีของแสงคือคุณสมบัติของดวงอาทิตย์” ร่างกายมนุษย์ “เหมือนดังกระจก จิตวิญญาณของเขาเหมือนดวงอาทิตย์และสภาวะทางจิตของเขาเปรียบเสมือนกับรังสีที่กำเนิดมาจากแหล่งของแสงนั้น?”

โดยผ่านทางพลังของจิตวิญญาณที่ทำให้ความก้าวหน้าของมนุษย์บรรลุเป็นจริงได้ พระอับดุลบาฮาได้กล่าวไว้ว่าจิตวิญญาณ “สามารถค้นพบความจริงของสิ่งต่างๆ สามารถเข้าใจลักษณะเฉพาะของความเป็นอยู่และเจาะผ่านความลึกลับของชีวิตได้ ศาสตร์ทั้งมวล เช่น ความรู้ ศิลปะ สิ่งมหัศจรรย์ การค้นพบ และกิจการต่างๆ มาจากผลของการฝึกฝนของความชาญฉลาดแห่งจิตวิญญาณที่มีเหตุผลนั้นเอง”